เรื่อง : เทคนิคการบริการด้วยใจสู่ความเป็นเลิศ (Service with a Heart)
โดย : นงนุช  ทองอ่อน     เขียนเมื่อ : 2016-05-18 13:40:32     คนอ่าน : 489     ความคิดเห็น : 1

ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้ารับการฝึกอบรมในหลักสูตรเทคนิคการบริการด้วยใจสู่ความเป็นเลิศ (Service with a Heart) เมื่อวันที่ 21-22 มีนาคม 2559 ณ โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเนื้อหาของการเตรียมพร้อมการเป็นผู้ให้บริการที่ดี จึงอยากจะขอแบ่งปันความรู้ที่ได้รับให้กับบุคลากรในสังกัดของคณะอุตสาหกรรมเกษตร  ดังนี้ค่ะ

 

การให้บริการแก่ลูกค้ามีอยู่สองประเด็นที่เรามักจะใช้กันคือ Fact และ Felling ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้มีผลต่อลูกค้าทั้งสิ้น ในกรณีที่เราให้บริการลูกค้าแล้วนำ Fact มาใช้กับลูกค้าผลก็คือเราจะทำงานที่ให้ความรู้สึกว่าเราไม่ผิดเพราะเราอ้างอิงจากความถูกต้องหรือระเบียบ ข้อบังคับ แต่ในบางครั้งย่อมสร้างความไม่พึงพอใจต่อลูกค้า ลูกค้าของเราคือใครเราต้องพิจารณาให้ครบถ้วน ลูกค้าจากภายนอกเช่น ผู้ประกอบการ บุคลากรจากหน่วยงานภายนอก ลูกค้าจากภายในคือ ผู้บังคับบัญชา  เพื่อนร่วมงาน  นักศึกษา เป็นต้น

สิ่งที่เราควรจะคิดต่อไปคือทำอย่างไรที่จะทำให้ลูกค้าของเราได้รับ Felling ที่ดีกลับไป  ให้เรากลับมามองดูที่ทัศนคติ เพราะทัศนคติมีความสำคัญมาก การเริ่มต้นจากใจที่คิดบวกจะส่งผลดีต่องานให้บริการ เราควรสร้างอุปนิสัยคิดบวก ฝึกที่จะป้อนข้อมูลในเชิงบวกให้ตัวเองเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ ให้ใช้ทุกโอกาสสร้างความประทับใจต่อลูกค้าหรือผู้ที่เราติดต่อสื่อสารด้วย ให้ฝึกเรียนรู้จากข้อผิดพลาดในการทำงาน ไม่มีใครเก่งทุกอย่าง ให้พลิกเหรียญด้านบวกขึ้นมาทันทีเมื่อเราทำหน้าที่ให้บริการ ถือเป็นการสร้างเสน่ห์เพื่อให้คนมารับบริการ ผู้ที่มาติดต่อ อยากอยู่ใกล้และอยากมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีด้วย และจะต้องสร้างบุคลิกภาพให้กับตัวเองเพื่อให้เราก้าวสู่การเป็นผู้ให้บริการที่แข็งแกร่ง

 

การกำหนดทัศนคติบวกกับการปรับเปลี่ยนกรอบความคิด (Mindset)

กรอบความคิดคือ ความเชื่อหรือวิธีคิดที่จะกำหนดพฤติกรรม มุมมอง และทัศนคติ ที่เป็นตัวเริ่มต้นทุกอย่างของชีวิต หรือเรียกได้ว่างทุกอย่างเริ่มต้นที่กรอบความคิด ลูกค้าเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่เคยยอมแพ้ เราในฐานะผู้ให้บริการห้ามเอาชนะลูกค้าด้วยการโต้เถียงในการบริการที่เราให้ไม่ได้ เพราะนั่นแสดงว่าเราไม่ได้สร้างคุณค่าของบริการให้ลูกค้า ซึ่งการให้ข้อมูลในส่วนนี้จะมีวิธีการสื่อสารที่ดีและสร้างสรรค์ในการสื่อสาร “สิ่งที่ลูกค้าต้องการได้ยิน” พึงระลึกไว้เสมอว่าต่อให้เราเก่งมากแต่ใจไม่พร้อมให้บริการก็ไม่มีประโยชน์อันใด ให้เราปรับเปลี่ยนกรอบความคิดของเราเพื่อให้พร้อมต่อการเป็นผู้ให้บริการ

 

ความแตกต่างระหว่างการให้บริการตามหลักการกับการให้บริการตามเจตนารมณ์

หลักการให้บริการตามหลักการ

  1. การพูดจาไพเราะ ใช้คำสุภาพ ถูกกาลเทศะ
  2. ยิ้มแย้ม
  3. บริการรวดเร็ว
  4. ให้ความสะดวกแก่ลูกค้า

ซึ่งจะมีคำถามกลับมาว่า “เราเต็มใจทำได้ตลอดเวลาหรือไม่?”

 

การให้บริการตามเจตนารมณ์

เจตนารมณ์  หมายถึง  การให้บริการที่เราตั้งใจไว้ เช่น เราตั้งใจบริการให้ลูกค้าพอใจ (เราตั้งใจทำเอง)

เจตนารมณ์  หมายถึง  การบริการให้ได้เป้าหมายที่เราหรือองค์กรต้องการ เช่น เป้าหมายการให้บริการเพื่อให้องค์กรมีผลประกอบการที่ดี (ต้องการให้ลูกค้าพอใจและมาใช้บริการอีก)

จะเห็นได้ว่าการบริการตามเจตนารมณ์ เป็นการผลักดันจากความแข็งแกร่งภายใน ทำให้เราเต็มใจให้บริการทุกเวลา เพราะเราสามารถสร้างความแข็งแกร่งภายในของเราได้ด้วยตัวเราเอง  โดยมีหลักดังนี้

  • มีทัศนคติบวก
  • มีจิตสำนึกบริการ (หัวใจบริการ)
  • มีความคิดสร้างสรรค์
  • มีการบริหารอารมณ์ได้ดี

 

การให้บริการด้วยใจ

คือ  การบริการที่แสดงความรู้สึกภายใน อย่างบริสุทธิ์ใจและเต็มใจเพื่อให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจ การแสดงความรู้สึกภายในอย่างเต็มใจ จำเป็นต้องสร้างความรู้สึกภายในให้แข็งแกร่ง ซึ่งความรู้สึกภายในประกอบด้วย

  • ทัศนคติบวก
  • จิตสำนึกบริการ
  • ความคิดสร้างสรรค์
  • บริหารอารมณ์

 

การกำหนดทัศนคติบวกกับการปรับเปลี่ยนบุคลิกภาพ

  1. เราต้องมีความเชื่ออะไรกับการปรับเปลี่ยนบุคลิกภาพ คำตอบก็คือ  ความเชื่อเกี่ยวกับบุคลิกภาพของเรา ความเชื่อว่าเรามีความสามารถในการปรับเปลี่ยนตัวเอง ให้เราตั้งเป้าหมายไว้ให้สูงให้กับตัวเองเพื่อให้มีแรงกระตุ้นให้เราอยากจะปรับเปลี่ยนตัวเองให้ได้มากที่สุด
  2. เรามีความคิดอะไรกับการปรับเปลี่ยนบุคลิกภาพ คำตอบคือ เราจะมีข้อดีเกิดขึ้น เราจะมีบุคลิกภาพที่เหมาะสมกับภารกิจ

 

ทัศนคติบวก

ทัศนคติบวก  คือ  ความรู้สึกบวกและความคิดเห็นสร้างสรรค์ที่มีต่อ

  • ตัวเอง
  • ผู้ร่วมงาน
  • ลูกค้า
  • เป้าหมาย
  • หน้าที่รับผิดชอบ

 

ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเลือกทัศนคติ  คือ

  • ความคิด
  • ความเชื่อ (มีผลต่อการเลือกวิธีใช้ชีวิตในทุกๆ ด้าน)
  • ความรู้ความชำนาญ
  • ความรู้สึก (เป็นตัวกำหนดการตัดสินใจ)
  • จิตสำนึก
  • อารมณ์

 

การมีหัวใจบริการ

ทำได้อย่างไร คำตอบคือ ให้นึกถึงความสุขที่เห็นลูกค้ามีคามสุข ลดความเป็นตัวตนลง (ไม่คำนึงถึงประโยชน์ของตัวเองมากเกินไป)

 

เทคนิคการกำหนดทัศนคติบวกเพื่อเอาชนะอุปสรรค

วิธีกำหนดทัศนคติบวกให้สำคัญกว่าอุปสรรค คือ  ต้องมองข้ามความจริงของอุปสรรค เพราะต้องการให้เปลี่ยนความเชื่อ  ต้องการหลีกเลี่ยงการยอมรบความจริงเพื่อให้เกิดมุมมองใหม่ ที่ทำเรามีทัศนคติบวก วิธีการมองข้ามความจริง คือ การหาเหตุผลหรือผลลัพธ์จากความจริง  โดยส่งผลบวกด้านจิตใจ พัฒนาศักยภาพและค้นหาความแข็งแกร่งของตนเองเพื่อคุณภาพงานบริหารระดับมืออาชีพ  อะไรก็ตามที่ทำให้ตัวเราคิดในเชิงลบอย่าคิด อย่าต้านความคิดบวก มองข้ามอุปสรรคมองด้านดีของอุปสรรคความจริงของอุปสรรค มองหาด้านดีของอุปสรรคนั้น เราต้องต่อสู้กับตัวเองเพราะเราชินกับการคิดเชิงลบ  ให้เราต่อสู้กับตัวเองเพราะเราชินกับความคิดเชิงลบทุกคนต้องมีความเชื่อในสิ่งที่ตนเองมี  มีความมั่นใจในการทำงาน เชื่อให้ความรู้ความชำนาญของตนเอง

 

 

การวิเคราะห์จุดเด่นในตัวเองและการสร้างเสน่ห์

จุดเด่นและเสน่ห์ในการให้บริการ (personal magnet)  เราพิจารณาได้จาก

  • คุณสมบัติที่เราแตกต่างจากผู้อื่น
  • คุณสมบัติที่จะส่งเสริมให้เราไปถึงจุดหมาย (เสน่ห์จากการมีไหวพริก ฉลาด เอาใจใส่ในการทำงาน)
  • คุณสมบัติที่ได้รับการชื่นชมจากผู้อื่น คือ เสน่ห์ที่เกิดจากการสื่อสารให้ “ตรงใจ” ลูกค้า พูดในสิ่งที่เขาอยากได้ยิน ไม่ใช่ในสิ่งที่เราอยากจะพูด

เสน่ห์เป็นบุคลิกภาพหรือลักษณะนิสัยพิเศษที่สร้างขึ้นได้  เสน่ห์เป็นลักษณะเฉพาะตัวที่ส่งผลให้คนรอบตัวเรา มีความรู้สึก

  • มาชอบ มารัก
  • อยากเข้าใกล้
  • นิยมชมชอบ
  • รู้สึกอบอุ่น
  • อยากเป็นมิตร

 

เสน่ห์ในงานบริการ  มีในหลากหลายมุม อาทิเช่น

  • เสน่ห์ที่เกิดจากการอ่อนน้อมถ่อมตน  :  นึกถึงข้อดีของผู้อื่น รู้จักประมาณตน
  • เสน่ห์ที่เกิดจากการมีไหวพริบ : ใช้ในการช่วยเหลือผู้อื่น
  • เสน่ห์ที่เกิดจากการมีสัมมาคาราวะ : ใช้คำพูดน้ำเสียงเหมาะกับเจตนารมณ์ สร้างความประทับใจ
  • เสน่ห์ที่เกิดจากการเป็นคนร่าเริง สดใส  อารมณ์ดี : สำคัญมากที่เราจะต้องไม่ทำตัวเป็นคนเซื่องซึม เราต้องยิ้มแย้ม มองโลกในแง่ดี มีทัศนคติบวก
  • เสน่ห์ที่เกิดจากความเชื่อมั่นในตนเอง : สร้างความน่าเชื่อถือและจูงใจลูกค้าได้อย่างมืออาชีพ
  • เสน่ห์ที่เกิดจากการมีมารยาทดี : รู้จักกาลเทศะ การให้ภาษาเหมาะสม
  • เสน่ห์ที่เกิดจากการควบคุมอารมณ์ได้ดี : เข้าใจธรรมชาติของมนุษย์ เอาใจเขามาใส่ใจเรา มีความเข้าใจ รู้จักให้อภัย

 

 

 

การลดการต่อต้านและสร้างความรู้สึกการร่วมเป็นเจ้าของ

ในการให้บริการถ้าหากลูกค้าเกิดความรู้สึกเป็นคนละฝ่ายกับเรา ลูกค้าจะสร้างแรงต่อต้านกับเรา เพราะฉะนั้นเราควรจะสร้างความรู้สึกให้ลูกค้ารู้สึกว่าเป็น Sense of ownership หรือความรู้สึกเป็นเจ้าของ ซึ่งจะช่วยลดการต่อต้านจากลูกค้าโดยเฉพาะลูกค้าที่สื่อสารได้ยาก เพิ่ม loyalty และทำให้สื่อสารให้พึงพอใจได้ง่ายขึ้น ทำอย่างไรเราจึงจะสร้าง Sense of ownership

  • มั่นใจก่อนเริ่มให้บริการว่าเราสามารถสร้างความเข้าใจได้ ให้ลูกค้ารู้สึกว่าเป็นพวกเดียวกันกับเรา
  • ให้เวลาในการรับฟัง เพื่อรับรู้ความคิดของลูกค้า : พึงระลึกและเข้าใจว่าธรรมชาติของคนชอบการถูกเอาใจ
  • แสดงความเข้าใจในสถานการณ์ของลูกค้า
  • ทำให้ลูกค้าเกิดความประทับใจ และมีความรู้สึกที่ดีต่อองค์กร ด้วยกลยุทธ์ Human Touch Extra Touch คือ
  • ต้องวิเคราะห์ว่าความต้องการของลูกค้าคืออะไร
  • อยากให้รับฟังปัญหาเพื่อนำไปปรับปรุง  (ยอมรับผิดและปรับปรุง ไม่ใช่ข้อแก้ตัว)
  • การหาสาเหตุ และการปรับปรุงแก้ไข ในกรณีที่เกิดปัญหาขึ้น
  • สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า
  • การชดเชนที่ส่งผลต่อความรู้สึกลูกค้า และเกิดประโยชน์ต่อองค์กร

Human Touch & Extra Touch Strategy

  • แสดงถึงความเข้าใจความต้องการของลูกค้า
  • ใช้คำพูดที่แสดงถึงความกระตือรือร้นในการให้บริการ
  • คำนึงถึงความรู้สึกของลูกค้าขณะสนทนา
  • ชดเชยความรู้สึกของลูกค้าด้วยความรู้สึกพิเศษ
  • แสดงให้ลูกค้ารู้สึกถึงความเอาใจใส่

กลยุทธ์การพิชิตใจผู้รับบริการเพื่อสร้างความประทับใจ

เทคนิคการเอาชนะใจผู้อื่น ประกอบด้วย 3 อุปนิสัย  คือ

  1. อุปนิสัยไม่เอาเปรียบผู้อื่น (Win-Win)

ผู้ให้บริการ ทำงานด้วยความกระตือรือร้น ชัยชนะของผู้ให้บริการคือ ความภาคภูมิใจ

ผู้รับบริการ ได้ผลตามที่ต้องการ/คาดหวัง ชัยชนะของผู้รับบริการคือ บรรลุเป้าหมาย/ความสุข

  1. อุปนิสัยเข้าใจผู้อื่น ก่อนจะให้ผู้อื่นเข้าใจเรา (Proactive Service)  การเข้าใจผู้รับบริการจะทำให้เราสามารถกำหนดกลยุทธ์ในการให้บริการ และสร้างความประทับใจให้กับผู้รับบริการได้อย่างตรงใจ
  2. อุปนิสัยผนึกพลังเพื่อประสานความแตกต่าง   การมีความคิดแตกต่างเป็นเรื่องธรรมดา การจะให้เกิดการประสานความคิด พิจารณาจากประโยคต่อไปนี้
  • เราเถียงชนะ ไม่มีใคร เราได้อะไร
  • ถ้าเราแพ้วันนี้ และชนะวันหน้า เราว่าดีไหม
  • การยอมรับความคิดคนอื่นมาพิจารณาเรามีแต่ได้

 

เทคนิคการเอาชนะกับดักการให้บริการด้วยกลยุทธ์การควบคุมอารมณ์ (IQ-EQ-AQ)

IQ  คือ  ความฉลาดของสติปัญญา

EQ คือ  ความฉลาดทางอารมณ์

AQ คือ ความฉลาดในการฝ่าฟันอุปสรรค

ความหมายของคำว่า “อารมณ์”

Mood หมายถึง  ความรู้สึกจากอิทธิพลของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ความรู้สึกจะขึ้นกับพื้นฐานของคนๆ นั้น

และมีผลต่อบุคลิกภาพ

Emotion หมายถึง ปฏิกิริยาที่ตอบโต้จาก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยขึ้นกับ Mood

 

EQ หมายถึงความฉลาดทางอารมณ์ คือ การรู้จักเรียนรู้ความรู้สึกอารมณ์ของตนเองและผู้อื่น รวมถึงบริหารจัดการกับอารมณ์ต่างๆ ได้  บางคนมี IQ สูง มีความฉลาดทางสติปัญญาแต่กลับไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต เนื่องจากขาด EQ เช่น อัจฉริยะระดับโลกหลายคนมีความฉลาดทางปัญญาสูงมาก แต่ครอบครัวแตกแยกหรือทำงานร่วมกับคนอื่นไม่ได้  ดังนั้น การทำงานให้ประสบความสำเร็จควรมีทักษะด้าน EQ ให้มาก  เนื่องจากการทำงานจะต้องทำงานร่วมกับผู้อื่น ผู้ที่สามารถปรับอารมณ์ของตนเองและเรียนรู้อารมณ์ของผู้อื่นได้ มักจะประสบความสำเร็จในการทำงานต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ลักษณะนิสัยของผู้มีความฉลาดทางอารมณ์สูงในการทำงาน

  1. รับรู้อารมณ์ของตนเองมากกว่ากล่าวโทษผู้อื่น หรือสถานการณ์
  2. เข้าใจและยอมรับในความรู้สึกของผู้อื่น เห็นอกเห็นใจ
  3. สามารถควบคุมจิตใจไม่ให้โกรธได้ เมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่ถูกทำให้ไม่พอใจ และสามารถแปรความโกรธให้เป็นพลังในทางสร้างสรรค์
  4. ไม่เป็นคนที่ชอบแนะนำ สั่ง ควบคุม วิพากษ์วิจารณ์ ตัดสินหรือสั่งสอนผู้อื่น
  5. หลีกเลี่ยงการปะทะอารมณ์กับคนที่ไม่ยอมรับ หรือไม่เคารพความรู้สึกของผู้อื่น

วิธีการควบคุมอารมณ์

  1. มีความเข้าใจธรรมชาติของลูกค้า ว่าสิ่งที่เราจะเจอจากลูกค้าคือ
  • การพูดจาที่ไม่นิ่มนวล เป็นเรื่องปกติจากลูกค้า
  • การถามด้วยคำถามซ้ำๆ เป็นเรื่องปกติจากลูกค้า
  • การติมีมากกว่าชม เป็นเรื่องปกติจากลูกค้า
  • การปฏิเสธเป็นเรื่องปกติจากลูกค้า แต่พึงระลึกไว้เสมอว่าความคิดเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ไม่มีใครปฏิเสธได้ตลอดไป ผู้ให้บริการอย่าเอาตัวเองไปตัดสินผู้รับบริการ
  1. วิธีเบนความสนใจ คือ  ไม่สนใจกับคำพูดหรืออาการที่ทำให้เราอารมณ์เสีย  เช่น
  • เมื่อเรารู้สึกโกรธ  (ต้องไม่พูดแก้ตัวหรือปกป้องตนเอง)
  • เมื่อถูกสบประมาท (ให้อภัย)
  • เมื่อรู้สึกเสียใจ (ให้กำลังใจตนเอง)
  • เมื่อรู้สึกอับอาย (ไม่มีประโยชน์ที่จะคิดเช่นนั้น)

 

การพัฒนาบุคลิกภาพเพื่อการให้บริการอย่างมืออาชีพ

บุคลิกภาพ  คือ ลักษณะเฉพาะของบุคคลที่แสดงออกทางความรู้สึกนึกคิด ความเฉลียวฉลาด กิริยามารยาท ลักษณะนิสัย อุปนิสัย เป็นการสะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัวของคนๆ นั้น ซึ่งสร้างความรู้สึกทางใจ ทางอารมณ์ โดยไม่ต้องมีเหตุผล ต่อผู้พบเห็น บุคลิกภาพเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ พัฒนาได้ บุคลิกภาพส่งผลสำคัญต่อการทำงานอย่างมาก เนื่องจากบุคลิกภาพสะท้อนภาพลักษณ์ของเราซึ่งมีผลต่อการตีความของผู้อื่นที่มีต่อเรา สร้างความน่าเชื่อถือ  ความสง่างาม  ความทันสมัย ทันโลก  ทันเหตุการณ์ ความคิดบวก ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ความสดใสน่ามอง หรือเรียกได้ว่าเป็นจุดตกกระทบทางสายตาที่ส่งผลต่อการทำงานของเรา บุคลิกภาพที่สำคัญ 7 ประการที่เราต้องสร้างและปรับปรุงให้ดูดี มีคุณภาพ อยู่เสมอ

  1. ท่าทาง
  2. การแต่งกาย
  3. การพูด
  4. การเดิน
  5. การมอง
  6. ทักษะ
  7. ทัศนคติ
  8. อุปนิสัย

 

การแต่งกายเพื่อภาพลักษณ์ที่ดี

คือ การแต่งกายที่เหมาะสมกับกาลเทศะ  เหมาะสมกับการทำงาน คล่องตัว ไม่เป็นอุปสรรคต่อการทำงาน หรือในการแต่งชุดฟอร์มขององค์กรก็ต้องสะอาดเรียบร้อย  ดูน่าเชื่อถือเป็นมืออาชีพ ถือเป็นการให้เกียรติองค์กร และผู้ที่มาติดต่อกับองค์กร สะท้อนบุคลิกภาพที่สง่างาม ไม่ควรสมรองเท้าแตะในการทำงาน สุภาพสตรีควรแต่งหน้าให้เหมาะสมดูดี การแต่งกายที่ไม่เหมาะสมจะทำให้เราลังเลในการทำงานและเกิดความไม่มั่นใจในการทำงาน

 

ภาษากายและการวิเคราะห์ลูกค้า

คือ ท่าทางการแสดงออก รวมถึงสีหน้า ในฐานผู้ให้บริการเราต้องมีการใช้ภาษากายที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ควรเกร็งซึ่งทำให้ผู้รับบริการไม่สบายตา ให้ใช้คำพูดที่ธรรมชาติเหมาะสม สนใจในหัวข้อการสนทนามีการสบตากับลูกค้าเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ สร้างการสื่อสารในการสนทนา ทำให้คู่สนทนารู้สึกว่าเขามีความสำคัญ พึงระลึกไว้อยู่เสมอว่าลูกค้าต้องการสิทธิพิเศษ ต้องการความสะดวกสบาย ต้องการความรวดเร็ว ต้องการความสุข ต้องการได้ยินคำพูดดีๆ สุภาพและให้เกียรติ นอกจากนั้นผู้ให้บริการต้องมีการวิเคราะห์ผู้รับบริการหรือลูกค้าของตนเองด้วย ต้องพิจารณาว่าคู่สนทนาคือใคร เพื่อกำหนดความเหมาะสมของระดับการสนทนา พิจารณาเนื้อหาโดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้รับเป็นหลัก เลือกใช้ภาษาที่สร้างความรู้สึกที่ดีและทัศนคติเชิงบวก การสื่อสารที่แท้จริงจะเกิดขึ้นเมื่อผู้ให้บริการกับผู้รับบริการเข้าใจสารตรงกัน ถ้าลูกค้าไม่เข้าใจสารนั้น ก็เท่ากับเราสื่อสารไม่ได้บรรลุเป้าหมาย

 

สิ่งที่ขอฝากไว้กับผู้ทำงานบริการทุกท่าน คือ ถ้าเรารักในสิ่งที่เราทำ เราจะไม่รู้สึกเลยว่าเราต้องมาทำงานแต่เรามาทำในสิ่งที่เรารัก  เราควรจะมีการปรับปรุงวิธีการใหม่ๆ เพื่อนำมาใช้ในการงานบริการ หมั่นลับความคมของตนเอง ซึ่งความคมก็คือศักยภาพของเรานั่นเองที่จะทำให้เราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมเราต้องมีการเรียนรู้ตลอดชีวิต พัฒนาการทำงานให้มีความคมอยู่ตลอดเวลา ทุกคนควรกลับไปค้นหาเสน่ห์ของตนเองและบริหารเสน่ห์อยู่เสมอ  เสน่ห์มีแต่ไม่ใช้ก็ไม่เกิดประโยชน์เหมือนอาวุธที่มีแต่ไม่ได้ใช้ พึงระลึกไว้เสมอว่าคนทุกคนต้องการการเอาใจ มองเชิงบวกเข้าข้างตัวเองให้สร้างสรรค์ ลองมองดูว่าคุณเป็นเสมือนดอกไม้อะไร ดอกไม้ทุกดอกล้วนมีความสวยในตัวเองมีคุณค่าความหมายในตัวเองทั้งสิ้น และถามตัวเองว่าเราได้สร้างคุณค่าของตัวเองในการทำงานแล้วหรือยัง

 
ความคิดเห็นที่ : 1    ปิยะนุช สวัสดี    เมื่อ :2016-05-19 17:13:40

ขอบคุณนะคะ เป็นประโยชน์มากๆ ค่ะ

แสดงความคิดเห็น