1. คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้กำหนดมาตรการประหยัดน้ำ การสร้างความตระหนักในการใช้น้ำ ตามประกาศฯ มาตรการและแนวปฏิบัติประหยัดพลังงานเพื่อป้องกันปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดในสภาวะผิดปกติและสภาวะฉุกเฉิน ข้อที่ 3 มาตรการประหยัดน้ำ
2. ตรวจสอบอุปกรณ์การใช้น้ำอย่างสม่ำเสมอ หากพบเห็นน้ำรั่ว ท่อน้ำชำรุด ต้องรีบแจ้งผู้ที่มี หน้าที่รับผิดชอบให้รีบดำเนินการซ่อมแซมทันที
3. เลือกใช้อุปกรณ์สุขภัณฑ์แบบประหยัดน้ำ
4. ปิดก๊อกน้ำให้สนิทหลังการใช้งาน
5. มีการกำหนดให้รดน้ำต้นไม้อย่างน้อย 3 วัน/สัปดาห์ (ยกเว้นวันที่ฝนตก)
1. ตรวจสอบอุปกรณ์การใช้น้ำอย่างสม่ำเสมอ หากพบเห็นน้ำรั่ว ท่อน้ำชำรุด ต้องรีบแจ้งผู้ที่มี หน้าที่รับผิดชอบให้รีบดำเนินการซ่อมแซมทันที
2. เลือกใช้อุปกรณ์สุขภัณฑ์แบบประหยัดน้ำ
3. ปิดก๊อกน้ำให้สนิทหลังการใช้งาน
4. สร้างความตระหนักถึงการประหยัดน้ำ
5. มีการกำหนดให้รดน้ำต้นไม้อย่างน้อย 3 วัน/สัปดาห์ (ยกเว้นวันที่ฝนตก)
1. ตรวจสอบอุปกรณ์การใช้น้ำอย่างสม่ำเสมอ หากพบเห็นน้ำรั่ว ท่อน้ำชำรุด ต้องรีบแจ้งผู้ที่มี หน้าที่รับผิดชอบให้รีบดำเนินการซ่อมแซมทันที
2. เลือกใช้อุปกรณ์สุขภัณฑ์แบบประหยัดน้ำ
3. ปิดก๊อกน้ำให้สนิทหลังการใช้งาน
4. สร้างความตระหนักถึงการประหยัดน้ำ
5. มีการกำหนดให้รดน้ำต้นไม้อย่างน้อย 3 วัน/สัปดาห์ (ยกเว้นวันที่ฝนตก)
1. ตรวจสอบอุปกรณ์การใช้น้ำอย่างสม่ำเสมอ หากพบเห็นน้ำรั่ว ท่อน้ำชำรุด ต้องรีบแจ้งผู้ที่มี หน้าที่รับผิดชอบให้รีบดำเนินการซ่อมแซมทันที
2. เลือกใช้อุปกรณ์สุขภัณฑ์แบบประหยัดน้ำ
3. ปิดก๊อกน้ำให้สนิทหลังการใช้งาน
4. สร้างความตระหนักถึงการประหยัดน้ำ
5. มีการกำหนดให้รดน้ำต้นไม้อย่างน้อย 3 วัน/สัปดาห์ (ยกเว้นวันที่ฝนตก)
1. แสงสว่าง
(1) ปิดไฟระหว่างหยุดพักกลางวัน
(2) เปิดม่าน มู่ลี่ หรือฉากบังแสง เพื่อรับแสงสว่างจากธรรมชาติ
(3) มีการปลดหลอดไฟในจุดที่ไม่จำเป็น
(4) มีการเปลี่ยนหลอดไฟแสงสว่าง เป็นหลอดประหยัดไฟ LED
2. เครื่องปรับอากาศ
(1) ตั้งอุณหภูมิที่ 26 องศาเซลเซียส กรณีเกิดสถานการณ์ภาวะวิกฤติด้านพลังงานให้ตั้งอุณหภูมิที่ 26 – 27 องศาเซลเซียส ตามความเหมาะสม
(2) เปิดเครื่องปรับอากาศตามความจำเป็น และปิดเมื่อไม่มีการใช้งาน
(3) ห้องประชุมให้เปิดเครื่องปรับอากาศก่อนประชุม 5 – 15 นาที และปิดเมื่อเสร็จสิ้นการประชุม
(4) ตรวจสอบการทำงานเครื่องปรับอากาศให้ใช้งานเป็นปกติ และล้างเครื่องปรับอากาศอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
(5) ทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศ ทุก 3 เดือน
(6) ปิดประตูหน้าต่างให้สนิทมิดชิดขณะที่เปิดใช้งานเครื่องปรับอากาศ
(7) กำหนดเวลาการ เปิด – ปิด เครื่องปรับอากาศ ในห้องปฏิบัติงาน โดยสามารถใช้งานได้ตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.00 น.
3. ลิฟต์
(1) หลีกเลี่ยงการใช้ลิฟต์กรณีขึ้นลงบันไดชั้นเดียว
(2) สนับสนุนให้พิจารณาเดินขึ้นลงบันไดแทนการใช้ลิฟต์ กรณีขึ้นลงมากกว่า 1 ชั้น
4. เครื่องใช้สำนักงาน
(1) ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าในสำนักงานเมื่อไม่มีการใช้งาน และถอดปลั๊กทุกครั้ง
(2) ปิดจอภาพคอมพิวเตอร์ในเวลาพัก และตั้งโปรแกรมให้คอมพิวเตอร์ปิดหน้าจออัตโนมัติหากไม่ใช้งาน (Standby mode)
(3) เครื่องถ่ายเอกสารให้ตั้งค่าระบบใช้งานแบบประหยัดพลังงาน ถ่ายเอกสารเท่าที่จำเป็น
5. เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ
(1) ตู้เย็นและเครื่องทำน้ำเย็นให้ตั้งห่างจากผนังไม่น้อยกว่า 15 เซนติเมตร ให้ละลายน้ำแข็งที่เกาะในช่องน้ำแข็ง และเปิดเครื่องทำน้ำเย็นเฉพาะเวลาปฏิบัติงาน
(2) เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ที่จัดวางไว้ในจุดที่สามารถใช้ร่วมกัน และถอดปลั๊กออกหลังจากใช้งานทุกครั้ง
(3) เลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 หรือฉลากประสิทธิภาพสูง
(4) บำรุงรักษาหม้อแปลงและอุปกรณ์ประกอบอย่างน้อย 5 ปีต่อครั้ง
1. แสงสว่าง
(1) ปิดไฟระหว่างหยุดพักกลางวัน
(2) เปิดม่าน มู่ลี่ หรือฉากบังแสง เพื่อรับแสงสว่างจากธรรมชาติ
(3) มีการปลดหลอดไฟในจุดที่ไม่จำเป็น
(4) มีการเปลี่ยนหลอดไฟแสงสว่าง เป็นหลอดประหยัดไฟ LED
2. เครื่องปรับอากาศ
(1) ตั้งอุณหภูมิที่ 26 องศาเซลเซียส กรณีเกิดสถานการณ์ภาวะวิกฤติด้านพลังงานให้ตั้งอุณหภูมิที่ 26 – 27 องศาเซลเซียส ตามความเหมาะสม
(2) เปิดเครื่องปรับอากาศตามความจำเป็น และปิดเมื่อไม่มีการใช้งาน
(3) ห้องประชุมให้เปิดเครื่องปรับอากาศก่อนประชุม 5 – 15 นาที และปิดเมื่อเสร็จสิ้นการประชุม
(4) ตรวจสอบการทำงานเครื่องปรับอากาศให้ใช้งานเป็นปกติ และล้างเครื่องปรับอากาศอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
(5) ทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศ ทุก 3 เดือน
(6) ปิดประตูหน้าต่างให้สนิทมิดชิดขณะที่เปิดใช้งานเครื่องปรับอากาศ
(7) กำหนดเวลาการ เปิด – ปิด เครื่องปรับอากาศ ในห้องปฏิบัติงาน โดยสามารถใช้งานได้ตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.00 น.
3. ลิฟต์
(1) หลีกเลี่ยงการใช้ลิฟต์กรณีขึ้นลงบันไดชั้นเดียว
(2) สนับสนุนให้พิจารณาเดินขึ้นลงบันไดแทนการใช้ลิฟต์ กรณีขึ้นลงมากกว่า 1 ชั้น
4. เครื่องใช้สำนักงาน
(1) ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าในสำนักงานเมื่อไม่มีการใช้งาน และถอดปลั๊กทุกครั้ง
(2) ปิดจอภาพคอมพิวเตอร์ในเวลาพัก และตั้งโปรแกรมให้คอมพิวเตอร์ปิดหน้าจออัตโนมัติหากไม่ใช้งาน (Standby mode)
(3) เครื่องถ่ายเอกสารให้ตั้งค่าระบบใช้งานแบบประหยัดพลังงาน ถ่ายเอกสารเท่าที่จำเป็น
5. เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ
(1) ตู้เย็นและเครื่องทำน้ำเย็นให้ตั้งห่างจากผนังไม่น้อยกว่า 15 เซนติเมตร ให้ละลายน้ำแข็งที่เกาะในช่องน้ำแข็ง และเปิดเครื่องทำน้ำเย็นเฉพาะเวลาปฏิบัติงาน
(2) เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ที่จัดวางไว้ในจุดที่สามารถใช้ร่วมกัน และถอดปลั๊กออกหลังจากใช้งานทุกครั้ง
(3) เลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 หรือฉลากประสิทธิภาพสูง
(4) บำรุงรักษาหม้อแปลงและอุปกรณ์ประกอบอย่างน้อย 5 ปีต่อครั้ง
1. แสงสว่าง
(1) ปิดไฟระหว่างหยุดพักกลางวัน
(2) เปิดม่าน มู่ลี่ หรือฉากบังแสง เพื่อรับแสงสว่างจากธรรมชาติ
(3) มีการปลดหลอดไฟในจุดที่ไม่จำเป็น
(4) มีการเปลี่ยนหลอดไฟแสงสว่าง เป็นหลอดประหยัดไฟ LED
2. เครื่องปรับอากาศ
(1) ตั้งอุณหภูมิที่ 26 องศาเซลเซียส กรณีเกิดสถานการณ์ภาวะวิกฤติด้านพลังงานให้ตั้งอุณหภูมิที่ 26 – 27 องศาเซลเซียส ตามความเหมาะสม
(2) เปิดเครื่องปรับอากาศตามความจำเป็น และปิดเมื่อไม่มีการใช้งาน
(3) ห้องประชุมให้เปิดเครื่องปรับอากาศก่อนประชุม 5 – 15 นาที และปิดเมื่อเสร็จสิ้นการประชุม
(4) ตรวจสอบการทำงานเครื่องปรับอากาศให้ใช้งานเป็นปกติ และล้างเครื่องปรับอากาศอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
(5) ทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศ ทุก 3 เดือน
(6) ปิดประตูหน้าต่างให้สนิทมิดชิดขณะที่เปิดใช้งานเครื่องปรับอากาศ
(7) กำหนดเวลาการ เปิด – ปิด เครื่องปรับอากาศ ในห้องปฏิบัติงาน โดยสามารถใช้งานได้ตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.00 น.
3. ลิฟต์
(1) หลีกเลี่ยงการใช้ลิฟต์กรณีขึ้นลงบันไดชั้นเดียว
(2) สนับสนุนให้พิจารณาเดินขึ้นลงบันไดแทนการใช้ลิฟต์ กรณีขึ้นลงมากกว่า 1 ชั้น
4. เครื่องใช้สำนักงาน
(1) ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าในสำนักงานเมื่อไม่มีการใช้งาน และถอดปลั๊กทุกครั้ง
(2) ปิดจอภาพคอมพิวเตอร์ในเวลาพัก และตั้งโปรแกรมให้คอมพิวเตอร์ปิดหน้าจออัตโนมัติหากไม่ใช้งาน (Standby mode)
(3) เครื่องถ่ายเอกสารให้ตั้งค่าระบบใช้งานแบบประหยัดพลังงาน ถ่ายเอกสารเท่าที่จำเป็น
5. เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ
(1) ตู้เย็นและเครื่องทำน้ำเย็นให้ตั้งห่างจากผนังไม่น้อยกว่า 15 เซนติเมตร ให้ละลายน้ำแข็งที่เกาะในช่องน้ำแข็ง และเปิดเครื่องทำน้ำเย็นเฉพาะเวลาปฏิบัติงาน
(2) เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ที่จัดวางไว้ในจุดที่สามารถใช้ร่วมกัน และถอดปลั๊กออกหลังจากใช้งานทุกครั้ง
(3) เลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 หรือฉลากประสิทธิภาพสูง
(4) บำรุงรักษาหม้อแปลงและอุปกรณ์ประกอบอย่างน้อย 5 ปีต่อครั้ง
1. แสงสว่าง
(1) ปิดไฟระหว่างหยุดพักกลางวัน
(2) เปิดม่าน มู่ลี่ หรือฉากบังแสง เพื่อรับแสงสว่างจากธรรมชาติ
(3) มีการปลดหลอดไฟในจุดที่ไม่จำเป็น
(4) มีการเปลี่ยนหลอดไฟแสงสว่าง เป็นหลอดประหยัดไฟ LED
2. เครื่องปรับอากาศ
(1) ตั้งอุณหภูมิที่ 26 องศาเซลเซียส กรณีเกิดสถานการณ์ภาวะวิกฤติด้านพลังงานให้ตั้งอุณหภูมิที่ 26 – 27 องศาเซลเซียส ตามความเหมาะสม
(2) เปิดเครื่องปรับอากาศตามความจำเป็น และปิดเมื่อไม่มีการใช้งาน
(3) ห้องประชุมให้เปิดเครื่องปรับอากาศก่อนประชุม 5 – 15 นาที และปิดเมื่อเสร็จสิ้นการประชุม
(4) ตรวจสอบการทำงานเครื่องปรับอากาศให้ใช้งานเป็นปกติ และล้างเครื่องปรับอากาศอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
(5) ทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศ ทุก 3 เดือน
(6) ปิดประตูหน้าต่างให้สนิทมิดชิดขณะที่เปิดใช้งานเครื่องปรับอากาศ
(7) กำหนดเวลาการ เปิด – ปิด เครื่องปรับอากาศ ในห้องปฏิบัติงาน โดยสามารถใช้งานได้ตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.00 น.
3. ลิฟต์
(1) หลีกเลี่ยงการใช้ลิฟต์กรณีขึ้นลงบันไดชั้นเดียว
(2) สนับสนุนให้พิจารณาเดินขึ้นลงบันไดแทนการใช้ลิฟต์ กรณีขึ้นลงมากกว่า 1 ชั้น
4. เครื่องใช้สำนักงาน
(1) ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าในสำนักงานเมื่อไม่มีการใช้งาน และถอดปลั๊กทุกครั้ง
(2) ปิดจอภาพคอมพิวเตอร์ในเวลาพัก และตั้งโปรแกรมให้คอมพิวเตอร์ปิดหน้าจออัตโนมัติหากไม่ใช้งาน (Standby mode)
(3) เครื่องถ่ายเอกสารให้ตั้งค่าระบบใช้งานแบบประหยัดพลังงาน ถ่ายเอกสารเท่าที่จำเป็น
5. เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ
(1) ตู้เย็นและเครื่องทำน้ำเย็นให้ตั้งห่างจากผนังไม่น้อยกว่า 15 เซนติเมตร ให้ละลายน้ำแข็งที่เกาะในช่องน้ำแข็ง และเปิดเครื่องทำน้ำเย็นเฉพาะเวลาปฏิบัติงาน
(2) เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ที่จัดวางไว้ในจุดที่สามารถใช้ร่วมกัน และถอดปลั๊กออกหลังจากใช้งานทุกครั้ง
(3) เลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 หรือฉลากประสิทธิภาพสูง
(4) บำรุงรักษาหม้อแปลงและอุปกรณ์ประกอบอย่างน้อย 5 ปีต่อครั้ง
1. มาตรการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง
1.1 จัดระบบรถร่วม (Carpool) เพื่อให้มีการใช้ยานพาหนะอย่างคุ้มค่า
1.2 เมื่อจอดรถรอ ให้ดับเครื่องยนต์ทุกครั้ง
1.3 บำรุงรักษารถยนต์และการใช้รถยนต์ให้ถูกวิธี ตรวจเช็ค และเติมลมยานพาหนะอย่างเหมาะสม
1.4 วางแผนการเดินทาง โดยศึกษาเส้นทางก่อนออกเดินทางทุกครั้ง
1.5 เลือกใช้การเดินแทนการใช้ยานพาหนะเมื่อเดินทางไปสถานที่ใกล้เคียง
1.6 รณรงค์ให้บุคลากรและนักศึกษาใช้บริการขนส่งมวลชนสาธารณะภายในมหาวิทยาลัย
1.7 ขับรถในอัตราความเร็วเหมาะสมและประหยัดน้ำมัน และเลือกใช้เส้นทางที่ใกล้จุดหมายมากที่สุด โดยต้องมีการวางแผนศึกษาเส้นทางเดินทาง
1.8 บันทึกการใช้รถยนต์ทุกครั้งที่ใช้งาน
1. มาตรการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง
1.1 จัดระบบรถร่วม (Carpool) เพื่อให้มีการใช้ยานพาหนะอย่างคุ้มค่า
1.2 เมื่อจอดรถรอ ให้ดับเครื่องยนต์ทุกครั้ง
1.3 บำรุงรักษารถยนต์และการใช้รถยนต์ให้ถูกวิธี ตรวจเช็ค และเติมลมยานพาหนะอย่างเหมาะสม
1.4 วางแผนการเดินทาง โดยศึกษาเส้นทางก่อนออกเดินทางทุกครั้ง
1.5 เลือกใช้การเดินแทนการใช้ยานพาหนะเมื่อเดินทางไปสถานที่ใกล้เคียง
1.6 รณรงค์ให้บุคลากรและนักศึกษาใช้บริการขนส่งมวลชนสาธารณะภายในมหาวิทยาลัย
1.7 ขับรถในอัตราความเร็วเหมาะสมและประหยัดน้ำมัน และเลือกใช้เส้นทางที่ใกล้จุดหมายมากที่สุด โดยต้องมีการวางแผนศึกษาเส้นทางเดินทาง
1.8 บันทึกการใช้รถยนต์ทุกครั้งที่ใช้งาน
1. มาตรการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง
1.1 จัดระบบรถร่วม (Carpool) เพื่อให้มีการใช้ยานพาหนะอย่างคุ้มค่า
1.2 เมื่อจอดรถรอ ให้ดับเครื่องยนต์ทุกครั้ง
1.3 บำรุงรักษารถยนต์และการใช้รถยนต์ให้ถูกวิธี ตรวจเช็ค และเติมลมยานพาหนะอย่างเหมาะสม
1.4 วางแผนการเดินทาง โดยศึกษาเส้นทางก่อนออกเดินทางทุกครั้ง
1.5 เลือกใช้การเดินแทนการใช้ยานพาหนะเมื่อเดินทางไปสถานที่ใกล้เคียง
1.6 รณรงค์ให้บุคลากรและนักศึกษาใช้บริการขนส่งมวลชนสาธารณะภายในมหาวิทยาลัย
1.7 ขับรถในอัตราความเร็วเหมาะสมและประหยัดน้ำมัน และเลือกใช้เส้นทางที่ใกล้จุดหมายมากที่สุด โดยต้องมีการวางแผนศึกษาเส้นทางเดินทาง
1.8 บันทึกการใช้รถยนต์ทุกครั้งที่ใช้งาน
1. มาตรการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง
1.1 จัดระบบรถร่วม (Carpool) เพื่อให้มีการใช้ยานพาหนะอย่างคุ้มค่า
1.2 เมื่อจอดรถรอ ให้ดับเครื่องยนต์ทุกครั้ง
1.3 บำรุงรักษารถยนต์และการใช้รถยนต์ให้ถูกวิธี ตรวจเช็ค และเติมลมยานพาหนะอย่างเหมาะสม
1.4 วางแผนการเดินทาง โดยศึกษาเส้นทางก่อนออกเดินทางทุกครั้ง
1.5 เลือกใช้การเดินแทนการใช้ยานพาหนะเมื่อเดินทางไปสถานที่ใกล้เคียง
1.6 รณรงค์ให้บุคลากรและนักศึกษาใช้บริการขนส่งมวลชนสาธารณะภายในมหาวิทยาลัย
1.7 ขับรถในอัตราความเร็วเหมาะสมและประหยัดน้ำมัน และเลือกใช้เส้นทางที่ใกล้จุดหมายมากที่สุด โดยต้องมีการวางแผนศึกษาเส้นทางเดินทาง
1.8 บันทึกการใช้รถยนต์ทุกครั้งที่ใช้งาน
1. มาตรการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง
1.1 จัดระบบรถร่วม (Carpool) เพื่อให้มีการใช้ยานพาหนะอย่างคุ้มค่า
1.2 เมื่อจอดรถรอ ให้ดับเครื่องยนต์ทุกครั้ง
1.3 บำรุงรักษารถยนต์และการใช้รถยนต์ให้ถูกวิธี ตรวจเช็ค และเติมลมยานพาหนะอย่างเหมาะสม
1.4 วางแผนการเดินทาง โดยศึกษาเส้นทางก่อนออกเดินทางทุกครั้ง
1.5 เลือกใช้การเดินแทนการใช้ยานพาหนะเมื่อเดินทางไปสถานที่ใกล้เคียง
1.6 รณรงค์ให้บุคลากรและนักศึกษาใช้บริการขนส่งมวลชนสาธารณะภายในมหาวิทยาลัย
1.7 ขับรถในอัตราความเร็วเหมาะสมและประหยัดน้ำมัน และเลือกใช้เส้นทางที่ใกล้จุดหมายมากที่สุด โดยต้องมีการวางแผนศึกษาเส้นทางเดินทาง
1.8 บันทึกการใช้รถยนต์ทุกครั้งที่ใช้งาน
(1) มีการเก็บข้อมูลปริมาณการใช้น้ามันเชื้อเพลิงแต่ละเดือน
(2) มีการเก็บข้อมูลปริมาณการใช้น้ามันเชื้อเพลิงต่อหน่วย
(3) บรรลุเป้าหมาย
(4) สรุปสาเหตุที่นำไปสู่การบรรลุ เพื่อการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
(5) รายละเอียดการใช้รถและบันทึกการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงแยกตามทะเบียนรถดูได้จากระบบจองใช้รถส่วนกลางออนไลน์ คณะอุตสาหกรรมเกษตร
(1) มีการเก็บข้อมูลปริมาณการใช้น้ามันเชื้อเพลิงแต่ละเดือน
(2) มีการเก็บข้อมูลปริมาณการใช้น้ามันเชื้อเพลิงต่อหน่วย
(3) บรรลุเป้าหมาย
(4) สรุปสาเหตุที่นำไปสู่การบรรลุ เพื่อการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
(5) รายละเอียดการใช้รถและบันทึกการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงแยกตามทะเบียนรถดูได้จากระบบจองใช้รถส่วนกลางออนไลน์ คณะอุตสาหกรรมเกษตร
(1) มีการเก็บข้อมูลปริมาณการใช้น้ามันเชื้อเพลิงแต่ละเดือน
(2) มีการเก็บข้อมูลปริมาณการใช้น้ามันเชื้อเพลิงต่อหน่วย
(3) บรรลุเป้าหมาย
(4) สรุปสาเหตุที่นำไปสู่การบรรลุ เพื่อการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
(5) รายละเอียดการใช้รถและบันทึกการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงแยกตามทะเบียนรถดูได้จากระบบจองใช้รถส่วนกลางออนไลน์ คณะอุตสาหกรรมเกษตร
(1) ให้ใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ลายเซ็นดิจิทัล และ e-mail ในการทำงานเป็นหลัก รวมถึง การส่งข้อมูลเพื่อเตรียมการประชุม ทั้งการประชุมภายในและภายนอก
(2) กรณีมีความจำเป็น ให้ใช้กระดาษ 2 หน้า ตามความเหมาะสม เมื่อใช้กระดาษครบทั้ง 2 หน้าแล้ว ให้นำมารวมในจุดที่คณะกำหนดไว้
(3) ตรวจสอบความถูกต้องก่อนสั่งพิมพ์
(4) ใช้แบบฟอร์ม แบบสำรวจออนไลน์
(5) มีการนำซองเอกสารกลับมาใช้ใหม่
(6) รณรงค์ให้มีการจัดประชุมออนไลน์ และแจกเอกสารอิเล็กทรอนิกส์
(7) ส่งข้อมูลข่าวสารผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ช่องทางออนไลน์
(1) ให้ใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ลายเซ็นดิจิทัล และ e-mail ในการทำงานเป็นหลัก รวมถึง การส่งข้อมูลเพื่อเตรียมการประชุม ทั้งการประชุมภายในและภายนอก
(2) กรณีมีความจำเป็น ให้ใช้กระดาษ 2 หน้า ตามความเหมาะสม เมื่อใช้กระดาษครบทั้ง 2 หน้าแล้ว ให้นำมารวมในจุดที่คณะกำหนดไว้
(3) ตรวจสอบความถูกต้องก่อนสั่งพิมพ์
(4) ใช้แบบฟอร์ม แบบสำรวจออนไลน์
(5) มีการนำซองเอกสารกลับมาใช้ใหม่
(6) รณรงค์ให้มีการจัดประชุมออนไลน์ และแจกเอกสารอิเล็กทรอนิกส์
(7) ส่งข้อมูลข่าวสารผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ช่องทางออนไลน์
(1) ให้ใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ลายเซ็นดิจิทัล และ e-mail ในการทำงานเป็นหลัก รวมถึง การส่งข้อมูลเพื่อเตรียมการประชุม ทั้งการประชุมภายในและภายนอก
(2) กรณีมีความจำเป็น ให้ใช้กระดาษ 2 หน้า ตามความเหมาะสม เมื่อใช้กระดาษครบทั้ง 2 หน้าแล้ว ให้นำมารวมในจุดที่คณะกำหนดไว้
(3) ตรวจสอบความถูกต้องก่อนสั่งพิมพ์
(4) ใช้แบบฟอร์ม แบบสำรวจออนไลน์
(5) มีการนำซองเอกสารกลับมาใช้ใหม่
(6) รณรงค์ให้มีการจัดประชุมออนไลน์ และแจกเอกสารอิเล็กทรอนิกส์
(7) ส่งข้อมูลข่าวสารผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ช่องทางออนไลน์
(1) ให้ใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ลายเซ็นดิจิทัล และ e-mail ในการทำงานเป็นหลัก รวมถึง การส่งข้อมูลเพื่อเตรียมการประชุม ทั้งการประชุมภายในและภายนอก
(2) กรณีมีความจำเป็น ให้ใช้กระดาษ 2 หน้า ตามความเหมาะสม เมื่อใช้กระดาษครบทั้ง 2 หน้าแล้ว ให้นำมารวมในจุดที่คณะกำหนดไว้
(3) ตรวจสอบความถูกต้องก่อนสั่งพิมพ์
(4) ใช้แบบฟอร์ม แบบสำรวจออนไลน์
(5) มีการนำซองเอกสารกลับมาใช้ใหม่
(6) รณรงค์ให้มีการจัดประชุมออนไลน์ และแจกเอกสารอิเล็กทรอนิกส์
(7) ส่งข้อมูลข่าวสารผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ช่องทางออนไลน์
ยังได้ข้อมูลจากหมวด 5 ไม่ครบถ้วน
ยังได้ข้อมูลจากหมวด 5 ไม่ครบถ้วน
ยังไม่มีการรายงานผลดำเนินงาน
ยังไม่มีการรายงานผลดำเนินงาน
ยังไม่มีการรายงานผลดำเนินงาน
ยังไม่มีการรายงานผลดำเนินงาน
ยังไม่มีการรายงานผลดำเนินงาน
ยังไม่มีการรายงานผลดำเนินงาน
ยังไม่มีการรายงานผลดำเนินงาน
ยังไม่มีการรายงานผลดำเนินงาน
ยังไม่มีการรายงานผลดำเนินงาน
ยังไม่มีการรายงานผลดำเนินงาน
ยังไม่มีการรายงานผลดำเนินงาน
ยังไม่มีการรายงานผลดำเนินงาน
ยังไม่มีการรายงานผลดำเนินงาน
ยังไม่มีการรายงานผลดำเนินงาน
ยังไม่มีการรายงานผลดำเนินงาน